13 November 2008

มาดูแผนการสอนเป็นภาษาไทยดูบ้างน่ะค่ะ

แผนการจัดการเรียนรู้

Theme : Weather วิชา : ภาษาอังกฤษ
Topic : Rainy ระดับชั้น : มัธยมศึกษาปีที่ 1 ช่วงชั้นที่ 3
สอน : วันที่ 24 กรกฎาคม 2551 เวลา : 1 คาบ (50 นาที)
.............................................................................................................................................................
สาระการเรียนรู้
สภาพอากาศเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทุกคนจะต้องให้ความสำคัญ ซึ่งอากาศแต่ละฤดูจะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ดั้งนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่การเรียนการสอนมีการเรียนการสอนเรื่องอากาศและสอดแทรกสำนวนการพูดตามแบบเจ้าของภาษา เพื่อให้นักเรียนได้เข้าใจถึงวัฒนธรรมของเจ้าของภาษาได้อย่างแท้จริง
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ต. 1.2.1 สนทนาเรื่อง Rainy season
มาตรฐาน ต.1.2.4 เขียนโต้ตอบในเรื่อง Rainy season
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง (Outcome)
1. นักเรียนสามารถบอกคำศัพท์เกี่ยวกับ weather ได้อย่างน้อย 5 คำ
2. นักเรียนสามารถนำประโยค What is the weather like today? ไปใช้ในการถามสภาพ
อากาศในชีวิตประจำวันได้
3. นักเรียนสามารถสนทนาเกี่ยวกับ Rainy season เป็นภาษาง่ายๆได้
4. นักเรียนสามารถแต่งบทสนทนาเรื่อง Rainy season ได้อย่างน้อย 1 บทสนทนาสั้นๆ
เนื้อหาสาระ
1. คำศัพท์ (Vocabulary)
- Umbrella, Raincoat, Rainbow, Thunder, Boots.
2. เสียง
- Thunder (n.v.) / /
- Raining (v.)/ /
3. ไวยากรณ์ (Grammar)
Present Continuous or Present Progressive tense ในเรื่อง การใช้ Present Continuous และVerb-ing
เช่น It is raining now.
4. สำนวน
- What is the weather like today?


สื่อการเรียนรู้
1. บัตรคำ และบัตรภาพ
2. เพลง
3. ใบความรู้เรื่อง Present Continuous

กิจกรรมการเรียนการสอน
Warm up
1. ครูให้นักเรียนผ่อนคลาย ด้วยกิจกรรมที่ 1 นั่นก็คือ การร้องเพลง What is the weather like today?
(กิจกรรมอยู่ในภาคผนวก)
Lead-in
1. ครูถามนักเรียนว่า
- “How many seasons are there in Thailand?”
- “What is your favorite season?”
- “What season is it now in Thailand?”

Presentation
ครูให้นักเรียนดูสื่อและอุปกรณ์ที่ครูได้เตรียมไว้ โดยครูหยิบสื่อการเรียนการสอนขึ้นมาครั้งละ 1 ชิ้น จากนั้นครูใช้คำถามเพื่อถามนักเรียนว่า “What is it?” เช่น ครูหยิบร่มขึ้นมา แล้วถามนักเรียนว่า “What is it?” นักเรียนก็จะตอบครูเป็นภาษาอังกฤษว่า It is an Umbrella เป็นต้น
ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมที่2 ชื่อว่า ทายศัพท์จากภาพ (คำอธิบายอยู่ในภาคผนวก)
เมื่อนักเรียนทำกิจกรรม ทายศัพท์จากภาพเสร็จแล้ว ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 2 คน จากนั้นครูแจกบทสนทนาเรื่อง What is the weather like today? จากนั้นครูให้นักเรียนฝึกอ่านบทสนทนา โดยแบ่งเป็น 2 ฝั่ง ฝั่งหนึ่งเป็น Pat อีกฝั่งหนึ่งเป็น Julie หลังจากนั้นครูบอกนักเรียนว่า ตามธรรมเนียมของชาวต่างชาตินั้น นอกจากที่เขาจะทักทาย ถามสารทุกข์สุขดิบแล้ว เขาจะถามเกี่ยวกับอากาศ เพื่อเป็นการใส่ใจกับคู่สนทนา และเป็นมารยาททางสังคมอีกด้วย
ครูให้นักเรียนจับคู่สนทนากัน เพื่อฝึกพูดบทสนทนาที่ครูแจกเป็นคู่ พร้อมทั้งออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน

Practice
1. ครูให้นักเรียนฝึกอ่านบทสนทนา โดยแบ่งเป็น 2 ฝั่ง ฝั่งหนึ่งเป็น Pat อีกฝั่งหนึ่งเป็น Julie หลังจากนั้นครูให้นักเรียนจับคู่สนทนากัน เพื่อฝึกพูดบทสนทนาเป็นคู่ พร้อมทั้งออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน
2. ครูให้นักเรียนแต่งบทสนทนาเกี่ยวกับ Rainy Season เป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3 คน โดยนักเรียนสามารถดูตัวอย่างจากบทสนทนาที่ครูให้เป็นตัวอย่างได้
Production
1. ครูให้นักเรียนช่วยกันอธิบายเกี่ยวกับการใช้ Present Continuous tense
2. ครูอธิบายเกี่ยวกับการใช้ Present Continuous tense อีกครั้งหนึ่ง
3. ครูให้การบ้านนักเรียนโดย เมื่อนักเรียนเจอครูนอกชั้นเรียน นักเรียนจะต้องใช้สำนวน What the weather like today? เพื่อเป็นการทักทายครู
การวัดผลประเมินผล
1. สังเกต
- ความตั้งใจในการอ่าน
- การมีปฏิสัมพันธ์ในกลุ่ม (การทำงานกลุ่ม และความร่วมมือในการเรียน)
- ความรับผิดชอบ
2. การทำ Work sheet
3. การประเมินจากเพื่อนในห้อง
- ด้านความตั้งใจ
- ด้านการแสดงออก
- ด้านความร่วมมือกันในกลุ่ม

กิจกรรมเสนอแนะ
1. ครูควรให้นักเรียนศึกษาเพิ่มเติมจากการค้นคว้าทางอินเทอร์เน็ตในห้องคอมพิวเตอร์ นำภาพ และข้อความมาจัดป้ายนิเทศ เพื่อให้นักเรียนได้ศึกษาเพิ่มเติมในเวลาว่าง

แบบบันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้
1. ผลการสอน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..................................................................................................................................................................................
2.ปัญหา / อุปสรรค
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…….........................................................................................................................................................................
3.ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ภาคผนวก
กิจกรรมที่ 1 เพลง What is the weather like today?
(ขั้น Warm up)

What’s the weather, what’s the weather,Like today, like today?Look outside the window. Look outside the window. Can you say? Can you say?
It’s a Rainy, it’s a rainy, rainy day, rainy day.Go out in the raining. Go out in the raining. Play, play, play, play, play, play.

…………………………………………………………………………

http://www.songsforteaching.com/maryflynn/autumnisover.htm

กิจกรรมที่ 3 What is the weather like today?

Pat: Uh-oh!
Julie: What is the weather like today?
Pat: It is raining, and it is warm.
Julie: Are you wearing a coat?
Pat: No, I am not.
Julie: Well, you are wearing a raincoat.
Pat: But I’m not wearing boots!.
Julie: Ok. Let’s take a taxi.
Pat: Thanks, Julie.
(Adapted from Jack C. Richards. New Interchange English for international communication. Cambridge University Press.

08 November 2008

ศิลปะการพูด

วันนี้เราจะมาดูการพูดอย่างไรให้เป็นศิลปะ สำหรับในวันนี้จะมาดูในเรื่องของวิธีการพูดแสดงความไม่เชื่อและเห็นพ้อง สำหรับคำพูดในภาษาอังกฤษนั้นก็มีดังนี้
คำพูดที่แสดงความไม่เห็นด้วย
- Really? มีความหมายว่า จะจริงหรือ
- Are you kidding? มีความหมายว่า พูดเป็นเล่นน่า
- Is that right? มีความหมายว่า ใช่หรือ
I don't see it. มีความหมายว่า ฉันมองไม่เห็นมันอย่างนั้น
คำพูดที่แสดงความเห็นพ้องหรือเห็นด้วย
- So do I มีความหมายว่า ฉันก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน
- I agree มีความหมายว่า ฉันเห็นด้วย
- That's right มีความหมายว่า ถูกต้อง
- That's what I thought too มีความหมายว่า ฉันก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน
เมื่อเรารู้คำที่จะสามารถพูดได้แล้ว เราก็มาดูตัวอย่างสัก 1 ตัวอย่างกันน่ะค่ะ
A: I thought John did not come to birthday party.
B: That's what I thought too.

04 October 2008

Seven wonderful things (7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่)

สิ่งมหัศจรรย์ของโลกนั้นมีมากมาย และแน่นอนว่าแต่ละประเทศก็ได้เลือกสรรสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อเข้ารับการคัดเลือกให้สิ่งนั้นเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก สำหรับ 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่นั้นได้แก่
1. ชิเชน อิตซา คาบสมุทรยูคาตาน เม็กซิโก
ชิเชน อิตซาเป็นภาษามายาแปลว่า ต้นทางแห่งความสุขสบายของประชาชน ชิเชน อิตซาเป็นวิหารที่โด่งดังที่สุดของชนเผ่ามายา ถือเป็นศูนย์กลางด้านการเมืองและเศรษฐกิจของอารยธรรมมายา
2. รูปปั้นพระเยซูคริสต์ นครริโอเดอจาเนโร บราซิล
รูปปั้นพระเยซูคริสต์นี้ตั้งอยู่ที่ยอดเขากอร์โกวาโด มีความสูงราว 38 เมตร ได้รับการออกแบบโดยไฮตอร์ ดาซิลวา คอสตา ชาวบราซิล และสร้างโดยพอล ลันดอฟสกี้ และรูปปั้นพระเยซูก็ยังเป็นสัญลักษณ์ของชาวนครริโอเดอจาโรอีกด้วย
3. มาชู ปิกชู ประเทศเปรู ตั้งอยู่บนที่ราบสูงแอนดิส ลึกเข้าไปในป่าอเมซอนและอยู่เหนือแม่น้ำอุรุบัมบา
4. กำแพงเมืองจีน
กำแพงเมืองจีนตั้งอยู่บนพรมแดนทางตอนเหนือของประเทศจีน เริ่มต้นสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ฉิน กำแพงเมืองจีนถูกสร้างสร้างขึ้นเพื่อป้องกันการรุกรานจากชนเผ่ามองโกลในอดีต มีความยาวทั้งสิ้นกว่า 6,700 กิโลเมตร ถือเป็นสิ่งก่อสร้างโดยฝีมือมนุษย์ที่ยาวที่สุดในโลกเท่าที่เคยมีมา
5. เปตรา ประเทศจอร์แดน
เปตราเป็นภาษากรีก มีความหมายว่าหิน เมืองโบราณเปตราตั้งอยู่ในทะเลทราย เป็นเมืองหลวงของชนเผ่านาบาเชียนซึ่งเป็นชนเผ่าที่อาศัยอยู่ทางตอนใต้ของประเทศจอร์แดนในสมัยก่อน สร้างขึ้นในสมัยของกษัตริย์อาเรตัสที่ 4 (9 ปีก่อนคริสตกาล-ค.ศ.40)
6. ทัชมาฮาล เมืองอักรา ประเทศอินเดีย
ทัชมาฮาลสร้างขึ้นโดยกษัตริย์ชาห์ จาฮัน เพื่อใช้เป็นที่ฝังศพของพระนางมุมทัซ มาฮาล มเหสีที่พระองค์ทรงรักมากที่สุดซึ่งเสียชีวิตขณะมีอายุได้เพียง 39 ชันษาหลังจากที่ให้กำเนิดบุตรคนที่ 14 ทัชมาฮาลสร้างขึ้นระหว่างคริสต์ศักราช 1631-1648 กษัตริย์ชาห์ จาฮัน ทรงรักพระมเหสีของพระองค์เป็นอย่างมาก จึงเปรียบทัชมาฮาลเป็นเสมือนความรักที่พระองค์มีให้พระมเหสีนั่นเอง
7. สนามกีฬาโคลอสเซียม กรุงโรม ประเทศอิตาลี
สร้างขึ้นเพื่อเชิดชูเหล่านักรบโรมันและเป็นอนุสรณ์ที่แสดงถึงความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรโรมัน
ดิฉันเองรู้สึกทึ่งมากกับสิ่งก่อสร้างที่มนุษย์ในยุคก่อนได้สร้างไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกำแพงเมืองจีน ซึ่งเป็นสถานที่ ที่ทุกคนเห็นแล้วต้องตะลึงในความสามารถของชาวจีนที่สามารถสร้างกำแพงที่ยาวเป็นพันๆกิโลเมตร ไว้ให้ชนรุ่นหลังได้มาเยี่ยมชมกัน และรวมทั้งสิ่งมหัศจรรย์อีก6อย่างด้วย แต่ละอย่างนั้นล้วนแล้วแต่แสดงเอกลักษณ์ของคนในประเทศนั้นๆได้อย่างดีมากๆเลย

01 October 2008

Think of and Think about

Think of โดยปกติแล้วจะมีความหมายว่า คิด คิดถึง จินตนาการ
Think about จะมีความหมายว่า พิจารณา (Consider)
แต่ทั้งสองตัวนั้นมีข้อแตกต่างกันคือ
1. Think of มักใช้เมื่อเราคิดหรือจินตนาการถึงใครบางคน เช่น I am thinking of you when you leave me.
2. Think about จะใช้ต่อเมื่อเราคิดพิจารณาบางอย่าง เช่น They're thinking about this resource.
แต่ในอีกกรณีหนึ่งเราก็สามารถใช้ Think about กับการคิดถึงใครบางคนได้เช่นเดียวกัน

21 September 2008

ตัวอย่างการเขียนแผนการสอน Teaching plan

เรียนการเขียนแผนการสอนมาอย่างเคร่งเครียดมากๆ ก็เลยอยากจะให้ผู้อ่านได้ศึกษาแผนการสอนวิชาภาษาอังกฤษดู ไว้เป็นแนวทางน่ะค่ะ ซึ่งผู้เขียนได้สอบสอนไปแล้ว ในตอนนั้นรู้สึกตื่นเต้นมากๆเลยน่ะค่ะ งั้นผู้อ่านลองอ่านดูน่ะค่ะ แต่อย่าลืม comment ด้วยน่ะค่ะ จะได้นำคำแนะนำของท่านไปปรับปรุงแก้ไขในครั้งต่อไป

Teaching Plan

Theme: Reading Subject: English Course
Topic : 3R (Reduce, reuse and recycle) Level : M.3
Period: 50 minutes
(1.) Concept

This lesson is about how to reduce, reuse and recycle which are able to save the world from global warming.

(2.) Learning Standard

1.1 Understanding and being able to analyze the reading text and also show opinion.

(3.) Indicator

4. Read and be able to show the readers’ opinion or ideas of 3R’s reading text.

(4.) Learning Outcome

1. The students are able to read a short passage and they also show their opinions by writing after finishing their reading.

(5.) Instructional Objectives
Vocabulary
- Wind-up clock - Cans
- Wind-up watch - Plastic bottoms and plastic bags
- Jam jar - Pens
- Battery - Paper
- Toilet papers or tissues - Notebook
New Vocabulary
- Reduce (v.)/ / To make something less.
- Reuse (v.)/ / To use something again.
- Recycle (v.)/ / To treat things that have already been
used so that they can be used again.
Voice
- Reduce (v.) / /
- Reuse (v.)/ /
- Recycle (v.)/ /
Grammar
- Command sentences
For example: Don’t leave the water on.

(6.) Materials
- Work sheets
- Sentences card
- Reduction, reuse and recycling’s boxes
- Pictures

(7.) Authentic Materials
- Wind-up clock - Cans
- Wind-up watch - Plastic bottoms and plastic bags
- Jam jar - Pens
- Battery - Paper
- Toilet papers or tissues - Notebook

(8.) Warm-up
- The students sing we've got the Whole World in Our Hands song.
(9.) Lead-in
The teacher asks the students that;
- How can you save the energy at your home?
- How can you save the environment?

(10.) Presentation
10.1 The teacher picks the authentic materials up and asks the student that
“What is this?”
10.2 The students learn the new vocabulary (Reduce, reuse and recycle)
by vocabulary’s activity.
10.3 The teacher uses Q2RD method for teaching 3R’s reading text.
Step1: Q (Question)
- When we have finished with can, Can we reuse it in any way?
- Why everybody has to protect the world from the global warming?

(11.) Practice
11.1 The students choose only one the authentic material for making groups.
11.2 Each group is given a different from paragraph so that each group reads and
learns what the paragraph is about?
11.3 Every groups present their own paragraph to their classmate.
11.4 Step2: R1 (Read)
The students receive the 3R’s reading text. Then, they read it with their partner and also do the exercise together.
11.5 Each partner presents the 3R’s exercise.
11.6 The students make a group by choosing the chocolate balls.
11.7 Step3: D (Discuss)
Every group discusses what things they can reduce, reuse, recycle. Then, gives their suggestions to the class, finally, they recommend the ways to help.
11.8 When the first group is presenting his work, the another groups have to
Evaluate. (Also the teacher evaluates the students with Teacher’s Evaluation.)
11.9 Step4: R2 (rewrite)
The students make their own mind mapping and write their opinions or their ideas about 3R.
11.10 Each person presents his mind mapping and the other evaluates
their friends. (The teacher evaluates the students by Teacher’s Evaluation.)

(12.) Production
12.1 The students look at the bold sentences and asks them that;
- “Have you ever seen these sentences?”
- “Where did you see it?”
12.2 The students discuss what command sentence is.
12.3 The teacher tells the students “Don’t forget to help our world by saving power and natural. Simple, when you clean your teeth, don’t leave the water on. Or when you go to shopping with your mother, please avoid the plastic bag.”

(13.) Evaluation
13.1 To observe
- Group participation
- Peer observation
13.2 Responsibility
- Exercises
- Mind mapping
13.3 Peer’s evaluation
- Presentation
- Creative works
13.4 Teacher’s evaluation
- Willing to read the 3R’s reading text
- Classroom participation
- Group participation
- Creative works
(14.) Optional Activity

14.1 The students do the individual homework by discussing with their family and thinking how their family uses the 3R. Write their ideas on the paper and also draw the picture about their reduction, reuse and recycling activities at their home.

(15.) Teacher’s comment of the teaching unit

15.1 Problems occurred
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

15.2 Improvement
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

Chinese Vegetarian Festival ลองอ่านดูน่ะค่ะ

There are many festival in Thailand. For example, Chinese new year day, Thai festival, Songkran festival and Chinese vegetarian festival.
Chinese vegetarian festival is a celebration which takes place during the first nine days of the ninth lunar month or in late September or early October. Also, Chinese vegetarian festival takes place in Southern province of Trang where is famous ceremony which is held in a grand celebration. Moreover, this ceremony takes for all of people who want to purify their mind and bodies. Then, there are many activities in this festival including; walking on hot coals, a ritual of bridge crossing, a street procession and also to pay homage to deities. Not only there are many activities but also everybody have to wear the white cloth only before go to Chinese temple. Normally, this festival in Trang province you can not eat meat, animal products and vegetables with strong odor such as garlic, shallots and Chinese chives.
So, Chinese vegetarian festival is very famous in the south of Thailand, especially in Trang province because there are many activities like other province or city, too

วิธีการสอนการอ่าน Q2RD

ทฤษฎีการอ่านแบบ Q2RD เป็นทฤษฎีที่ผู้เขียนได้ทดลองใช้กับนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดมหาชัยวนาราม จังหวัดนครศรีธรรมราช ก่อนอื่นนั้นผู้เขียนต้องการให้ผู้อ่านทำความเข้าใจเกี่ยวกับทฤษฎีนี้ก่อนว่า
Question (Q) เป็นการตั้งคำถามเพื่อเร้าความสนใจกับผู้เรียนก่อน โดยคำถามนั้นผู้สอนจะต้องตั้งคำถามที่สอดคล้องกับเรื่องที่จะสอนด้วย
Read1 (R1) เป็นการอ่านเพื่อค้นหาคำตอบ เช่น การอ่านเพื่อความเข้าใจ การอ่านเพื่อค้นหาคำตอบ เป็นต้น
Rewrite2 (R2) การจำเนื้อหาที่ได้อ่านมาจนแน่ใจว่าเข้าใจ
Discussion (D) เป็นการอภิปรายแสดงความคิดเห็นกัน

10 August 2008

Comparative

Comparing Things
เราใช้ Comparative Adjective เมื่อต้องการเปรียบเทียบคน หรือสิ่งของมากกว่า 2 คนขึ้นไป
1. Adjective ที่ใช้ขยาย noun หรือ pronoun นั้นมี 3 รูปแบบ (form) ลองดู 3 ประโยคดังต่อไปนี้
- Suda is tall.
- She is taller than her sister.
- She is tallest in her family.
เราใช้ Superlative adjective เมื่อมีคนหรือสิ่งของอย่างน้อยที่สุดจำนวน 3 คน หรือ 3 อย่างขึ้นไป
“tallest” เป็น superlative adjective
Adjective ขั้นกว่าทำได้ด้วยการเติม –er ลงท้ายคำ ส่วน adjective ขั้นสูงสุดทำได้ด้วยการเติม –est ข้างท้าย และใช้ the นำหน้า

2. Adjective บางคำจะต้องเปลี่ยนตัวสะกดบ้างเล็กน้อย เมื่อรูปขั้นกว่าหรือขั้นเปรียบเทียบ (comparative) และขั้นสูงสุด (superlative)

Warning

A. ถ้า adjective ลงท้ายด้วย “e” ให้เติม “r” ในขั้นกว่า และเติม “est” ในขั้นสูงสุด
Example
large larger largest
B. ถ้า adjective ลงท้ายด้วย “y” ให้เปลี่ยน “y” เป็น “i” ก่อน แล้วเติม –er และ –est
Example
dry drier driest
C. adjective บางคำจะต้องเติมพยัญชนะตัวท้ายเพิ่มอีกหนึ่งตัว ก่อนจะเติม –er or –est
Example
big bigger biggest

3. adjective ที่มีพยางค์เกิน 2 พยางค์ จะต้องเพิ่ม more or most หน้าคุณศัพท์
- She is beautiful.
- She is more beautiful.
- She is most beautiful.

4. adjective บางคำแปลงรูปคำในลักษณะไม่ปกติ (irregular)
Adjective Comparative Superlative
good better Best
bad worse worst
little less least
much more most
many more most


Communicative Appoach

เป็นการจัดการเรียนการสอนเพื่อการสื่อสาร ซึ่งเป็นอีกแนวคิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากทฤษฎีนี้มีจุดมุ่งหมายในการเรียนการสอนคือ มุ่งเน้นความสำคัญของตัวผู้เรียนเป็นหลัก มีการจัดลำดับการเรียนรู้เป็นขั้นตอนตามกระบวนการใช้ความคิดของผู้เรียน โดยเริ่มจากการฟังไปสู่การพูด การอ่าน การจับใจความสำคัญ การทำความเข้าใจ การจดจำ แล้วนำเอาสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปใช้ รวมทั้งให้ผู้เรียนสามารถใช้ภาษาที่เรียนในการสื่อสาร โดยสามารถใช้ภาษาให้เหมาะสมกับบุคคลแต่ละบุคคลได้ตามกาลเทศะ
การสอนภาษาเพื่อการสื่อสารนั้นจะต้องให้ความสำคัญกับการใช้ภาษาตามหน้าที่ ควบคู่ไปกับการใช้ภาษาอย่างถูกต้องตามโครงสร้างของภาษา เพื่อพัฒนากระบวนการเรียนการสอนให้มีความสัมพันธ์กันทั้ง 4 ทักษะคือ ทักษะการฟัง พูด อ่าน เขียน และจะต้องสอดคล้องตามเป้าหมายของการสอนภาษาที่จะพัฒนาให้ผู้เรียนได้มีความรู้ความสามารถในการสื่อสาร หรือตีความภาษาได้ถูกต้องเหมาะสม

08 August 2008

How to stress noun and verb

Noun stress โดยปกติแล้ว noun จะลงเสียงหนักที่พยางค์แรกเสมอ และระดับเสียงที่ได้รับการลงเสียงหนักนี้จะสูงกว่าพยางค์ที่สอง ซึ่งเป็นพยางค์ที่ไม่ได้รับการลงเสียงหนัก
เช่น
'people, 'weather, 'pervert, 'abstract เป็นต้น

Verb stress การ stress คำกริยานั้นจะมีข้อแตกต่างกับคำนาม ตรงที่ Verb จะ stress ในพยางค์ที่สอง ซึ่งทำให้พยางค์ที่สองได้รับการลงเสียงหนัก และระดับเสียงจะสูงกว่าพยางค์แรก
เช่น
per 'vert, ab 'stract, re 'cord เป็นต้น

Tips
หลักการจำง่ายระหว่าง การ stress noun และ verb ต่างกันตรงที่ Noun จะ stress ที่พยางค์ที่ 1 แต่ Verb จะ stress ที่พยางค์ที่ 2 เท่านั้นน่ะค่ะ

Content based Instruction

Content Based Instruction คือ การเรียนการสอนแบบอิงเนื้อหา และทฤษฎีที่เน้นให้ผู้เรียนได้ฝึกคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์ เป็น การสอนแบบ CBI นั้นเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายในโรงเรียนระดับมัธยมศึกษามากกว่าในมหาวิทยาลัย เนื่องจากทฤษฎีนี้จะมุ่งเน้นให้ผู้เรียนสามารถวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากเนื้อหาที่เรียน รวมทั้งฝึกให้ผู้เรียนได้รู้จักแสดงความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ ฉะนั้นการเรียนการสอนวิธีนี้จึงเหมาะสมกับการเรียนการสอนในระดับชั้นมัธยมศึกษามากที่สุด

20 July 2008

will, would ต่างกันอย่างไรหนอ มาดูกัน!

การใช้ will, would นั้นมีหลักการใช้ง่ายนิดเดียวน่ะจ๊ะ แต่ก่อนอื่นนั้น เราจะต้องเข้าใจก่อนว่า will and would นั้นคือ Auxiliary verb หรือ Helping verb นั่นเอง เรามาดูกันดีกส่าว่า 2 คำนี้มันใช้อย่างไร

will
1.ใช้เมื่อเราพูดถึงอนาคตI will go to university tomorrow.
2.ใช้ willแสดงการขอร้องอย่างสุภาพ เช่นWill you open the door for me please?

would เป็นอดีตของคำว่า will
1.ใช้ในประโยคขอร้องที่สุภาพกว่า will Would you turn the volume down please?
2.ใช้กับประโยค Would you mind if....Would you mind if I smoke?
3. ใช้ would กับคำ rather แปลว่า ควรจะ....ดีกว่า ตัวย่อ 'd rather ใช้ในการเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งI'd rather study harder this year than go to summer school.
4. ใช้ would กับ like to ในีรูปคำถามเป็นการเชื้อเชิญเช่นWould you like to go dancing with me?
คราวนี้ทุกท่านคงรู้แล้วว่าการใช้ Will, would นั้นต่างกันอย่างไร แต่ถ้าจะให้ดีนั้น เมื่อเราต้องการใช้ภาษาที่สุภาพเราควรจะใช้ Would มากกว่าน่ะค่ะ เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่ผู้ที่เรากำลังจะสนทนาด้วยน่ะค่ะ

06 July 2008

รวม poem of love


If I know what love is, it is because of you.
..........................................................................................................................
If I could have just one wish,I would wish to wake up everydayto the sound of your breath on my neck,the warmth of your lips on my cheek,the touch of your fingers on my skin,and the feel of your heart beating with mine...Knowing that I could never find that feelingwith anyone other than you.
- Courtney Kuchta -

Hi!

Hello!
I'm pleased to invite you to come in my new blog. I'm sure that I will bring some information which is very interesting for the next time.